เคล็ดลับวิธี ลดรอยตีนกา ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

79

เรื่องของความงามไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงยุคไหน การรักสวย รักงามทำให้ตัวเองดูดีมีมาตลอดทุกยุคทุกสมัย แล้ววิธีการดูแลตัวเอง หรือเคล็ดลับก็แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น การนำสมุนไพรมาดัดแปลงบ้าง หรือการนำเครื่องยามาปรุงผสมบำรุงผิว หรือการทำเครื่องสำอางจากธรรมชาติ นับว่าเป็นไอเดียที่ดีเลย ซึ่งรุ่นต่อๆ มาได้วิวัฒนาการความสวยงามอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แต่ส่วนมากก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอยได้อย่างถาวร โดยเฉพาะ ริ้วรอยตีนกา  ปัญหาหลักๆ เลยที่ทุกคนต้องพบเจอและเป็นเรื่องที่แก้ยากที่สุด เพราะในสมัยก่อนยังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้อย่างเฉพาะ หรือตรงจุด กลายเป็นเรื่องที่ยากมาก หากต้องการให้รอยตีนกาหายไป แต่ตอนนี้หมดกังวลได้เลย เพราะเราเป็นยุคของเทคโนโลยีทันสมัย มีเครื่องมือ ตัวช่วยในการทำหน้า ทำผิวให้สวยเต่งตึงเหมือนวัยสาวอีกครั้งได้อย่างง่ายดายแบบที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว อย่างเช่น การใช้โบท็อกซ์ หรือการใช้เครื่องช่วยยกกระชับหางตา เป็นวิธีที่นิยมในส่วนมาก แต่วันนี้จะมาแนะนำวิธีแบบฉบับเรียบง่าย สามารถทำได้เองและไม่ต้องจ่ายแพง แต่อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ด้วยวิธีการที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อนก็เป็นได้

ลดรอยตีนกาบนใบหน้า

วิธีช่วยลด

ความสะอาดของดวงตา จุดเริ่มต้นของการลดรอยตีนกา

สำหรับสาวๆ ที่รักและชื่นชอบการแต่งหน้าแต่งตาหลากสีสันสวยสดใส ปัดมาสคาร่าขนตาเด้งเต็มที่ พร้อมกับกรีดอายไลเนอร์สีเข้มคมเฉี่ยวเซ็กซี่ แบบจัดหนักสวยมาทั้งวันแล้ว หากไม่ล้างทำความสะอาดหน้าให้หมดจดนั้น อาจต้องระวังให้ดีเลยค่ะ โดยเฉพาะการล้างทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เพราะบริเวณดวงตาจะเป็นผิวที่ค่อนข้างบอบบางเป็นพิเศษ และระคายเคืองได้ง่ายกว่าส่วนอื่นด้วยค่ะ หากทำความสะอาดได้ไม่หมด อาจจะทำให้เกิดริ้วรอยตีนกาได้ง่ายเลยค่ะ แต่ทางเราก็มีวิธีขั้นตอนในการทำความสะอาดผิวรอบดวงตา เพื่อที่ป้องกันพร้อมกับลดรอยตีนกา นั้นก็คือการทำความสะอาดผิวรอบดวงตาอย่างโอนโยน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ จากนั้นเตรียมรับการบำรุงอายครีมอีกที หรือการใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นหมาดๆ มาประคบบนผิวรอบดวงตาเพิ่ม เพื่อช่วยให้ฝุ่นละอองสิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกไป และอีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดต่อมไขมัน พร้อมกับช่วยลดปัญหาต่อมไขมันอุดตันบริเวณผิว ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาสิวอุดตันได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามต้องหมั่นทำความสะอาดบริเวณดวงให้สะอาดมากที่สุด

ลดการสะสมของเซลล์เก่าเพื่อป้องกันและลดริ้วรอยตีนกา

การผลัดเซลล์ผิวนั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างนึงของการดูแลผิว เพื่อให้แลดูอ่อนเยาว์ เพราะการผลัดเซลล์ผิวนั้นก็เปรียบเสมือนกับการเอาเซลล์ผิวเก่าที่โทรมๆ ออก เผยผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม น่าสัมผัสแทน ซึ่งในส่วนของเทคนิคการป้องกันและลดรอยตีนกา อย่างการทำสครับ เพื่อเร่งผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบริเวณรอบดวงตาออกอย่างอ่อนโยน โดยการใช้เมล็ดอัลมอนด์ทุบหยาบๆ พร้อมกับผสมกับน้ำมันอัลมอนด์แล้วนำมาถูสครับบริเวณผิวรอบดวงตาอย่างเบามือ เพื่อเร่งให้เซลล์ผิวเก่าค่อยๆ หลุดออกไปค่ะ แล้วยังสามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดรวมถึงต่อมน้ำเหลืองได้ดีทีเดียว คล้ายเป็นการผ่อนคลายให้กับดวงตาที่เหนื่อยมาตลอดวัน ได้ทำการฟื้นฟูให้สดชื่นมากขึ้น แต่ไม่ควรทำถี่และออกแรงมือมากเกินไป จะกลายเป็นการทำให้ริ้วรอยเกิดง่ายกว่าเดิม ควรทำสครับอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

ทาครีมบำรุงหรือมาส์กรอบดวงตา เพื่อลดรอยตีนกา

การทาครีมบำรุงผิวนั้น เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรละเลย เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและควรทำเป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาก่อนนอน เพื่อให้ครีมได้ซึมเข้าสู่ผิวรอบดวงตาง่ายขึ้นในตอนหลับ พร้อมกับฟื้นฟูผิวให้ดูฉ่ำน้ำ ผิวเติมเต็ม หลังตื่นนอนหน้าก็จะดูไม่โทรมระหว่างวันด้วย ยิ่งดูแลทาครีมบำรุงก่อนเกิดปัญหาจะยิ่งช่วยลดริ้วรอยตีนกาให้คงความอ่อนเยาว์ไว้ได้ง่ายกว่าตอนพบปัญหาแล้ว อย่างในยุคโบราณก็นิยมนำทองคำเปลวมาใช้เป็นมาส์กรอบดวงตา เพราะในสมัยก่อนมีความเชื่อกันว่าทองคำนั้นมีคุณสมบัติที่ดีต่อผิวพรรณของเรา ทั้งช่วยในด้านการทำงานของต่อมน้ำเหลืองในการขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย กระตุ้นกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ พร้อมทั้งช่วยชะลอความเสื่อมของชั้นผิวคอลลาเจนและอีลาสติน แถมยังช่วยในการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินใต้ชั้นผิวอีกด้วยค่ะ และยังมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ หรือการใช้ว่านหางจระเข้ และน้ำผึ้งมาส์กบริเวณผิวรอบดวงตาเพื่อเป็นการบำรุงอย่างล้ำลึกเพิ่มได้อีกด้วยค่ะ

สรุป วิธีลดตีนกา

และทั้งหมดนี้ก็เป็นอีกหลายๆ เคล็ดลับวิธีของการลดรอยตีนกา แบบฉบับเรียบง่ายและยังคงเป็นเทคนิคความสวยยิ่งทำบ่อย ยิ่งสวยคงทน ผิวไม่หย่อนยานด้วย เพียงเท่านี้สาวๆ หรือหนุ่มๆ ที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยตีนกาคงหมดความกังวลใจไปได้ทีเดียว ยังไงก็ลองนำวิธีต่างๆ กลับไปทำ เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เพราะความสวย การดูแลตัวเองไม่มีคำว่าสายเกินไปค่ะ